24 กันยายน 2558

โปรแกรมแปลงเลขฐาน 10

Insert Decimal Number:
ใส่เลขฐาน 10 ที่ต้องการแปลง
เป็นเลข ฐาน 2, 8 และ 16



This free script provided by
JavaScript Kit

ทำไมจึงต้องแปลงเลขฐาน?
ความสำคัญของการเรียนเลขฐาน
ระบบเลขฐานนั้นเราจะเรียนไปทำไม? ไปใช้อะไร?
มีประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำวัน?
...ธรรมดา ในชีวิตของคนเรา นิยมคุ้นเคยกับเลขฐานสิบ จนอาจไม่คุ้นว่า มีการใช้เลขฐานอื่นอีกในสิ่งที่คุ้นเคยแต่นึกไม่ถึง
...เลขฐาน10 คือตัวเลขในทางคณิตศาสตร์ มีตัวเลขอยู่ 10 ตัวคือ 0,1,2,3,4,5,6,7,8,9 แล้วนำเอา 1 และ 0 มารวมกันเมื่อครบ 10 
 ในทางกายภาพนั้น เรามักนับนิ้วมือ 10 นิ้ว เป็นพื้นฐานในการนับจำนวนอื่นๆ เช่นนับจำนวนคน,วัวควาย หรือสิ่งของอื่นๆ เพื่อการคำนวณให้ง่ายต่อความเข้าใจ เช่น ทหารตั้งแถวตอนเรียง 4 แล้วนับจำนวนแถวมาคูณ ลบจำนวนคนที่ขาด จะทราบยอดที่เหลือได้ง่าย ว่าครบหรือขาดเป็นต้น หรือ ถ้านับเหรียญ มักทำกองละ 10 เพื่อเช็คจำนวนได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการนับทีละเหรียญ
 ในระบบหนึ่งที่เราใช้งานบ่อย จนอาจคิดไม่ถึงว่า มันทำงานที่ใช้ระบบเลขฐานคนละอย่าง... นั่นคือ คอมพิวเตอร์
 พื้นฐานของคอมพิวเตอร์นั้น มีเพียง ไฟมา กับ ไฟดับ เป็นพื้นฐาน คือ เปิดกับปิด สวิทช์ไฟ เท่านั้น
มีไฟเข้า เป็น 1  และไฟดับ มีค่าเป็น 0
นั่นคือสิ่งที่เกิดจากสัญญาณ clock เป็นตัวส่งสัญญาณในเครื่องคอมฯ เมื่อต้นกำลังหรือหัวใจของคอมฯ มีค่าเพียง 0 และ 1 วงจร and gate, or gate ต่างๆ ก็จะใช้สิ่งต่างตามความถี่ของ clock ไปประมวลผล
  นักวิทยาศาสตร์ที่สร้างคอมฯ จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างเลขฐานขึ้นมาใช้งาน เริ่มจากกำหนดให้เป็นเลขฐาน 2 คือมีตัวเลขเพียงแค่ 2 ตัว คือ 0 กับ 1 เท่านั้นในการเริ่มพัฒนา แต่ข้อมูลเพียงเส้นเดียวนั้นประมวลผลช้า จึงพัฒนาให้มีมากขึ้นเป็นวงจรเป็น 2 เส้น, 4 เส้น ฐานของตัวเลขในคอมพิวเตอร์ จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นการใช้ฐาน 8 และฐาน 16 ให้สามารถประมวลผลได้ไวมากยิ่งขึ้น
  การเรียนเลขฐาน, การแปลงเลขฐาน จึงจำเป็นต่อผู้ต้องการนำความรู้นี้ไปพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ต้องการทราบการทำงานของคอมพิวเตอร์ เป็นหลัก

ข้อมูลเพิ่มเติม
ระบบเลข เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่แสดงถึงจำนวนต่าง ๆ ระบบเลขแต่ละระบบมีจำนวนตัวเลขที่ใช้เหมือนกับชื่อของระบบตัวเลขนั้น และมีฐานของจำนวนเลขตามชื่อของมัน เช่น เลขฐานสอง เลขฐานแปด เลขฐานสิบ เลขฐานสิบหก
  • ระบบเลขฐานสอง เป็นเลขฐานที่ประกอบด้วยตัวเลข 2 ตัว คือ 0 และ 1 ซึ่งเลข 0 กับ 1 เป็นเลขที่นิยมใช้กับคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลการทำงาน การเก็บข้อมูล หรือโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับสถานะทางไฟฟ้า
  • ระบบเลขฐานแปด เป็นเลขฐานที่ประกอบด้วยเลข 8 ตัวคือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, รวมแปดตัว
  • ระบบเลขฐานสิบ เป็นเลขฐานที่ประกอบด้วยเลข 10 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, ซึ่งเลขฐาน 10 เป็นเลขฐานที่มนุษย์ทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่ายมากที่สุด เพราะว่าเป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
  • ระบบเลขฐานสิบหก เป็นเลขฐานที่ประกอบด้วยเลข 10 ตัวและตัวอักษร 6 ตัว คือตัวเลข 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, และตัวอักษรคือ A แทน 10, B แทน 11, C แทน 12, D แทน 13, E แทน 14, F แทน 15 ซึ่งรวมกันแล้วได้ 16 ตัว
เลขฐานสิบเลขฐานสองเลขฐานแปดเลขฐานสิบหก
0000000
1000111
2001022
3001133
4010044
5010155
6011066
7011177
81000108
91001119
10101012a
11101113b
12110014c
13110115d
14111016e
15111117f
161 000020

17 มิถุนายน 2558

การคำนวณแรงดันไฟตก

แรงดันตก (Voltage Drop)
โปรแกรมคำนวณหาแรงดันไฟตก
หรือ โปรแกรม​คำนวณหาแรงดันไฟตก1
แรงดันตกเป็นปัญหาเมื่อมีการใช้สายไฟที่มีความยาวมากๆ ซึ่งมีผลกระทบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่นหลอดไฟสว่างไม่เต็มที่ หรือไม่สามารถจุดหลอดได้กรณีที่เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้ starter ช่วยจุดหลอด, มอเตอร์ไม่มีแรงหมุนหรือไหม้ เป็นต้น

มาตรฐาน NEC กำหนดแรงดันตกดังนี้
1. แรงดันตกจากสายประธานจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า (Load) ไม่เกิน 5%
2. แรงดันตกในสายป้อน (Feeder) ไม่เกิน 2%
3. แรงดันตกในวงจรย่อย ไม่เกิน 3%

การคำนวณค่าแรงดันตกในสายไฟให้อยู่ในเกณฑ์ที่มาตราฐานกำหนด ทำให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
สูตรการคำนวณค่าแรงดันตก   ทั้งสายป้อนและวงจรย่อย ใช้สูตรการคำนวณเหมือนกันคือ

 1 เฟส 2 สาย               =  2 I (R cos + X sin) L
 3 เฟส 4 สาย          =   I (R cos + X sin) L

เมื่อกำหนดให้VD     = Voltage Drop    ; V
 I         = กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร    ; A
R        = ความต้านทานเส้นเดียวของสายไฟฟ้า    ; โอห์ม/เมตร
       = Reactance เส้นเดียวของสายไฟฟ้า   ; โอห์ม/เมตร
L         = ความยาวของสายไฟฟ้า    ; เมตร
cos = Power Factor ของโหลด

หมายเหตุ   ความต้านทานที่ใช้เป็นความต้านทานกระแสสลับที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ส่วนรีแอกแตนซ์ขึ้นอยู่กับ การจัดสายและวิธีการเดินสาย ดังตารางข้างล่าง
                                                          ข้อมูลค่า R และ X ของสาย THW  

ขนาดสาย
ตร.มม
ความต้านทาน
(โอห์ม/กม.)
รีแอกแตนซ์ในท่ออโลหะ
(โอห์ม/กม.)
รีแอกแตนซ์ในท่อโลหะ
(โอห์ม/กม.)
รีแอกแตนซ์เดินลอยบน Rack
(โอห์ม/กม.)
2.5
4
6
10
16
25
35
50
70
95
120
150
185
240
300
400
500
8.8658
5.5157
3.6851
2.1895
1.3759
0.8698
0.6269
0.4723
0.3207
0.2309
0.1840
0.1493
0.1196
0.0918
0.0737
0.0587
0.0467
0.1228
0.1146
0.1116
0.1059
0.1035
0.0981
0.0983
0.0933
0.0904
0.0902
0.0879
0.0870
0.0873
0.0865
0.0862
0.0841
0.0850
0.1535
0.1433
0.1395
0.1324
0.1294
0.1226
0.1229
0.1166
0.1130
0.1128
0.1099
0.1088
0.1091
0.1081
0.1078
0.1052
0.1063
0.3559
0.3412
0.3251
0.3087
0.2943
0.2798
0.2661
0.2566
0.2450
0.2347
0.2263
0.2198
0.2127
0.2037
0.1966
0.1889
0.1816
ตัวอย่าง  ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย 380 V 50 Hz. จ่ายโหลด 3 เฟสสมดุลขนาด 50 A. PF 0.8 lag ด้วยสาย THW 16 ตร.มม. เดินในท่อโลหะในอากาศ ความยาว 100 เมตร จงหาแรงดันตกในสาย

วิธีทำ          จากสูตร      VD   =   I (R cos + X sin) L

จากตารางข้างบนได้ข้อมูลสายดังนี้
          R = 1.3759 ohm/km.
              = 1.3759 / 1000   = 0.0013759 ohm/m
          X = 0.1294 ohm/km.
              = 0.1294 / 1000   = 0.0001294 ohm/m
และ cos = 0.8   จะได้ sin = 0.6
แทนค่าในสูตร  VD =  x 50 (0.0013759 x 0.8 + 0.0001294 x 0.6) x 100   =   10.20 V.
คิดเป็น %                = (10.20/380) x 100%
                                = 2.68 %


วงจรย่อยลักษณะการต่อโหลดในวงจรย่อยจะมีผลต่อค่าแรงดันตก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการต่อวงจร แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ

 Concentrated Load
 Distributed Load

Concentrated Load      มีลักษณะเป็น Load เพียงชุดเดียวต่ออยู่ที่ปลายสาย ดังรูป 
                                                      

ตัวอย่าง  ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย 220 V 50 Hz. จ่ายโหลด 15 A. PF 1.0 ด้วยสาย THW 2.5 ตร.มม. เดินในท่อ PVC
                ความยาว 30 เมตร จงหาแรงดันตกในสาย และถ้ากำหนดแรงดันตกไม่เกิน 3% จะเดินสายได้ไกลสุดเท่าใด

วิธีทำ          จากสูตร      VD   =   2 I (R cos + X sin) L

จากตารางข้างบนได้ข้อมูลสายดังนี้
          R = 8.8658 ohm/km.
              = 8.8658 / 1000   = 0.0088658 ohm/m
          X = 0.1228 ohm/km.
              = 0.1228 / 1000   = 0.0001228 ohm/m
และ cos = 1.0   จะได้ sin = 0

เขียนสูตรใหม่ดังนี้                     VD = 2 I R L
แทนค่าในสูตร                           VD = 2 x 15 x 0.0088658 x 30   =   7.979 V.
คิดเป็น %                                         = (7.979/220) x 100%
                                                        = 3.62 %                    -------------------------------------- (1)

เมื่อกำหนดแรงดันตกไม่เกิน 3%  = 0.03 x 220    =  6.6 V.
แทนค่าในสูตร                      6.6  = 2 x 15 x 0.0088658 x L
เดินได้ไกลสุด                        L     = 6.6 / (2 x 15 x 0.0088658)   = 24.81 เมตร ------------(2) 


Distributed Load      มีลักษณะเป็นโหลดหลายชุดต่อกระจายกันไปตามความยาวสาย ดังรูป

                                                   

ตัวอย่าง  ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย 220 V 50 Hz. จ่ายโหลด 15 A. PF 1.0 ด้วยสาย THW 2.5 ตร.มม. เดินในท่อ PVC
                ความยาว 30 เมตร ถ้าโหลดแต่ละตัวกินกระแส 5 A วางห่างกัน 10 เมตรจงหาแรงดันตกในสาย
                และถ้ากำหนดแรงดันตกที่โหลดตัวสุดท้ายไม่เกิน 3% จะเดินสายได้ไกลสุดเท่าใด

วิธีทำ          จากสูตร      VD   =   2 I (R cos + X sin) L

จากตารางข้างบนได้ข้อมูลสายดังนี้
          R = 8.8658 ohm/km.
              = 8.8658 / 1000   = 0.0088658 ohm/m
          X = 0.1228 ohm/km.
              = 0.1228 / 1000   = 0.0001228 ohm/m
และ cos = 1.0   จะได้ sin = 0

เขียนสูตรใหม่ดังนี้                     VD = 2 I R L
แต่กระแสไหลในแต่ละช่วงไม่เท่ากัน ดังรูป

                                                   
จะได้                                      

แทนค่าในสูตร                           VD = 2 x 0.0088658 x ( 15 + 10 + 5 ) x 10   =   5.319 V.
คิดเป็น %                                         = (5.319/220) x 100%
                                                        = 2.41 %                    -------------------------------------- (1)

เมื่อกำหนดแรงดันตกไม่เกิน 3%  = 0.03 x 220    =  6.6 V.
แทนค่าในสูตร                      6.6  = 2 x 0.0088658 x ( 15 + 10 + 5 ) x L/3
เดินได้ไกลสุด                        L    = (6.6 x 3) / (2 x 0.0088658 x ( 15 + 10 + 5 ) )   = 37.22 เมตร ------------(2) 




15 มิถุนายน 2558

โปรแกรมคำนวณไฟฟ้าแผงโซล่าเซลล์


ใส่ค่ากำลังเครื่องใช้ไฟฟ้า(W)=>ใส่ระยะเวลา ชม.ที่ใช้ประมาณ=> ใส่ให้ครบทุกชิ้นที่ใช้งานแล้วกดคำนวณ
Load1w. ใช้นาน ชม
Load2w. ใช้นาน ชม
Load3 w. ใช้นาน ชม
Load4w. ใช้นาน ชม
หลอด1w. จำนวน: หลอด
ใช้นานชม
หลอด2w. จำนวน :หลอด
ใช้นานชม
หลอด3w. จำนวน :หลอด
ใช้นานชม



ค่ารวมwh
ควรใช้อุปกรณ์ไม่ต่ำกว่าค่าที่คำนวณนี้คือ
ใช้แผง 12Vw
ใช้แบต 12VAh
ตัวควบคุมการชาร์จA
Inverterw



ที่มา http://solarcellsystemdesign.blogspot.com/2013/09/blog-post.html?m8=1

01 มีนาคม 2558

ยามเรือเดิน


  เมื่อยามที่เราฝึกภาคทะเลอยู่บนเรือช้าง เราได้ใช้ชีวิตกับพรรคกลิน ในห้องเครื่อง นอนร่วมกันที่ Tank Deck ของเรือ ใช้ห้องเมต ห้องน้ำ สภาเรือ มีการฝึกดับเพลิง ยิงอาวุธ หาตำแหน่งเรือ และชีวิตที่ต้องดำรงความเป็นประจำเรือต่างๆ
สารคดีนี้ สามารถสะท้อนชีวิตการฝึกได้อย่างชัดเจน..

27 กุมภาพันธ์ 2558

หน่วยรบพิเศษ ของไทย

หน่วยรบพิเศษ...
หน่วยรบพิเศษ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือกองกำลังพิเศษ เป็นทหารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีโดยกองทัพซึ่งพวกเขาเหล่านั้นสามารถปฏิบัติภารกิจพิเศษอย่างเช่น การลาดตระเวนพิเศษ สงครามนอกแบบ และการต่อต้านการก่อการร้าย

หน่วยรบพิเศษของไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

  • นเรศวร 261 ตำรวจพลร่ม กองกำกับการ3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (กก.3.บก.สอ.บช.ตชด)
  • อรินทราช 26 กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  • สยบริปูสะท้าน คอมมานโด กองปราบปราม กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  • สยบไพรี กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจปราบปราบยาเสพติด

กองทัพบก

  • ศูนย์สงครามพิเศษ (Special Warfare Command) สังกัด หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
    • หน่วย รพศ. (Special Warfare Forces) รพ.ศ. 1 ,รพ.ศ. 2 , รพ.ศ. 3 , รพ.ศ. 4 , รพ.ศ. 5
    • กองพันจู่โจม (RANGER) กองพัน1 กรมรบพิเศษที่ 3
    • ฉก.90 (Delta Force) กองปฏิบัติการพิเศษ กรมรบพิเศษที่3 (รพ.ศ. 3พัน4)
  • หน่วยพร้อมรบ เคลื่อนที่เร็ว RDF (Rapid Deployment Force) ร.31รอ. พล.1 รอ. (ไม่ได้สังกัด รพศ แต่ทำงานแบบ พิเศษ)
  • ร้อย ลว.ไกล LRRP ( Long Range Reconnaissance Patrol ) เป็นหน่วยในอัตราของกองพลทหารราบ (พล.ร.) และกองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม.1)

กองทัพเรือ

  • หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ(SEAL) สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ
  • กองพันลาดตระเวณ(RECON) สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

กองทัพอากาศ

พลร่มกู้ภัย (Pararescue) หน่วยควบคุมการรบ (Combat Controller Team)

ที่มา..http://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9

26 กุมภาพันธ์ 2558

กำลังรบพิเศษนี้ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์



ครูอาภากร ครูชลอ
ท่านเป็นนายทหารปกครองเรามา


   ..หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ
.... ประวัติความเป็นมา ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองกำลังทางเรือของทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายอักษะ ต่างก็ได้ส่งหน่วยรบพิเศษซึ่งเป็นหน่วยรบขนาดเล็กที่ได้รับการฝึก ให้มีขีดความสามารถเหนือทหารทั่วไปเข้าปฏิบัติการทำลายกองเรือและสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายตรงข้าม ทำการก่อวินาศกรรมและปฏิบัติการลับอื่นๆ ซึ่งผลการปฏิบัติของแต่ละฝ่ายต่างก็สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก แม้ว่าสงครามจะสิ้นสุดลงแล้วแต่ภารกิจของหน่วยรบพิเศษก็ไม่ได้จบสิ้นไปด้วย ตรงกันข้ามกลับได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านองค์บุคคล องค์วัตถุและองค์ยุทธวิธี
... สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ กระทรวงกลาโหม ได้มีความคิดที่จะจัดตั้งหน่วยทำลายใต้น้ำขึ้น และได้เชิญผู้แทนเหล่าทัพกับกรมตำรวจไปประชุม เรื่อง การจัดตั้งหน่วยฝึกว่ายน้ำ ร่วมกับ จนท.ทร.สหรัฐฯ ประจำหน่วย MAAG [ MILITARY ASSISTANCE ADVISORY GROUP ] การประชุมคราวนั้นที่ประชุมมีมติให้ กองทัพเรือ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดตั้งหน่วยฝึก และจากการหารือระหว่าง กองทัพเรือ กับ MAAG
   ซึ่งได้แนวความคิดในการจัดตั้งหน่วยฝึก ดังนี้
 ๑. การฝึกของหน่วยฝึกว่ายน้ำนี้ หมายรวมถึงการฝึกของหน่วย UDT ด้วย [UNDERWARTER DEMOLITION TEAM ]
 ๒. ผู้รับการฝึกจัดจากเหล่าทัพและกรมตำรวจ ดังนี้ ทร.๓๐ นาย ทบ.๑๐ นาย ตร.๑๐ นาย ( ทอ.ปฏิเสธไม่ส่งคนเข้าร่วมฝึก )
 ๓. MAAG จะจัดนายทหาร ๒ นาย และจ่า ๒ นาย มาเป็นครูฝึก
 ๔. MAAG จะจัดยุทโธปกรณ์การฝึกให้เพียงพอกับการฝึก
 ๕. พื้นที่การฝึกบริเวณอ่าวสัตหีบ
 ๖. ควรให้ ร.อ.ปลั่ง สมิตเมฆ เป็น หน.หน่วยฝึก เนื่องจากเป็นผู้ที่เคยผ่านการฝึกหลักสูตร COMMANDO ของอังกฤษมาก่อน
... ในวันที่ ๑๓ มิ.ย.๙๕ กองทัพเรือจึงอนุมัติให้ดำเนินการฝึกและอบรม หน่วยทำลายใต้น้ำตามแนวความคิดข้างต้น โดยจะเริ่มทำการฝึกได้ใน ๑ ส.ค.๙๕ จุดนี้จึงนับว่าเป็นการปฏิบัติเริ่มแรกในการจัดตั้งหน่วยทำลายใต้น้ำของกองทัพเรือนั่นเอง
  แต่ต่อมา กองทัพเรือ ได้ยกเลิกการฝึกเนื่องจากครูผู้สอนฝ่ายอเมริกันยังไม่พร้อม จึงให้ระงับการฝึกไว้ชั่วคราวและให้ผู้เข้ารับการฝึกที่เตรียมไว้กลับคืนสังกัดเดิม แนวความคิดการจัดตั้งหน่วยทำลายใต้น้ำของ กองทัพเรือ โดยอาศัยความร่วมมือจากฝ่าย MAAG จึงยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม
   ต่อมาในต้นปี พ.ศ.๒๔๙๖ บริษัท SEA SUPPLY ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่กรมตำรวจในขณะนั้น ได้เสนอให้การสนับสนุนการฝึกด้านการทำลายใต้น้ำให้กับกำลังพลของ กองทัพเรือ และ กรมตำรวจ ซึ่งผ่านการฝึกโดดร่มมาแล้ว การสนับสนุนครั้งนี้ทางบริษัทขอให้ กองทัพเรือ และกรมตำรวจ ปิดเป็นความลับด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่ง กองทัพเรือ ให้ความเห็นชอบและมีคำสั่งให้ข้าราชการสังกัด กองทัพเรือ จำนวน ๗ นาย ร่วมกับข้าราชการสังกัดกรมตำรวจ ๗ นาย ไปเข้ารับการฝึกดังกล่าว สำหรับสถานที่ฝึกคือเกาะไซปัน (ข้อมูลจากบทความของ พล.ร.ท.พัน รักษ์แก้ว ) ระยะเวลาในการฝึก ๑๑ สัปดาห์
   ทหารเรือ ๗ นาย ที่เดินทางไปฝึกหลักสูตรดังกล่าว ประกอบด้วย ( ยศในขณะนั้น )
 ๑. เรือโท ญงสุข สุนทรนาค
 ๒. เรือโท วิสนุ ปราบศากุน
 ๓. เรือโท มนตรี ประเทืองมาศ
 ๔. พันจ่าโท หาญ สกุลแก้ว
 ๕. พันจ่าโท หาญ บันเทิงจิตต์
 ๖. พันจ่าโท สุรพล พึ่งสังข์
 ๗. พันจ่าตรี วงศา เหมะธร
    OLD1 ภายหลังการฝึกประมาณ ๑๑ สัปดาห์ที่เกาะไซปัน มนุษย์กบกลุ่มแรกของเมืองไทยก็บินกลับสู่ประเทศไทย ทหารเรือที่ผ่านการฝึกที่เกาะไซปัน จำนวน ๗ นาย จึงมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะจัดตั้งเป็นหน่วยงานหรือทำงานได้ กองเรือยุทธการ จึงเสนอขอ กองทัพเรือ จัดตั้งหน่วยฝึกและอบรมหน่วยทำลายใต้น้ำขึ้น เมื่อ ๒๔ พ.ย.๒๔๙๖ โดยมี ร.ท.วิสนุ ปราบศากุน เป็น หน.หน่วยฝึก มีทหารอเมริกันและผู้ที่ผ่านการฝึกจากต่างประเทศมาแล้วเป็นครูฝึก โดยมีพื้นที่การฝึกที่ อ.สัตหีบ ระยะเวลาในการฝึกประมาณ ๒ เดือน ในรุ่นแรกนี้มีข้าราชการสังกัด กองทัพเรือ สมัครเข้ารับการฝึก จำนวน ๖๒ นาย มีผู้ผ่านการตรวจสุขภาพและผ่านการตรวจคุณสมบัติต่างๆ และได้รับการคัดเลือกเข้าฝึกอบรม จำนวน ๑๔ นาย รุ่นของการฝึกนี้นับเป็นนักทำลายใต้น้ำ รุ่นที่ ๑ สำหรับผู้ที่ฝึกมาจากเกาะไซปัน นับเป็นรุ่น ศูนย์ หรือ รุ่น โอ ( o ) OLD2 เป็นอันว่า กองทัพเรือ มีกำลังพลที่สำเร็จการฝึกการทำลายใต้น้ำทั้งจากต่างประเทศและในประเทศรวมแล้ว ๒๑ นาย
    แต่กำลังพลเหล่านี้ก็ยังถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกเพียงขั้นต้นเท่านั้น กองเรือยุทธการ จึงขออนุมัติ กองทัพเรือ ส่งผู้ที่ผ่านการฝึกชั้นต้น จำนวน ๑๖ นาย ไปฝึกชั้นสูง [ ADVANCE COURSE ] ที่เกาะไซปันอีกครั้งหนึ่ง โดยความช่วยเหลืออย่างลับๆ ของบริษัท SEA SUPPLY นับตั้งแต่การเดินทางออกจากประเทศอย่างลับๆ ฝึกอย่างลับๆ และเดินทางกลับอย่างลับๆ โดยมี ร.ท.วิสนุ ปราบศากุน เป็น หน.คณะ การฝึกในครั้งนี้หัวข้อการฝึกส่วนใหญ่จะเป็นการฝึกปฏิบัติงานทางลับ ประกอบด้วย การรบในป่า การรบแบบกองโจร การก่อวินาศกรรม การลอบสังหารบุคคลสำคัญ การรับส่งบุคคลทั้งทางอากาศและทางทะเล การซุกซ่อนบุคคลเดินทาง การข่าว การยิงอาวุธประจำกาย ทางยุทธวิธี และการซุ่มยิง การใช้วัตถุระเบิดทั้งบนบกและใต้น้ำ ฯลฯ
   การฝึกใช้ระยะเวลาประมาณ ๘ สัปดาห์ คณะดังกล่าวเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ ๑๕ พ.ย.๙๗ visanu การจัดตั้งหน่วยทำลายใต้น้ำ เมื่อ กองทัพเรือ มีกำลังพลที่ได้รับการฝึกให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการลักษณะพิเศษชั้นสูง ๑๖ นาย และชั้นต้น ๕ นาย รวม ๒๑ นาย ซึ่งกำลังพลทั้ง ๒๑ นาย ได้พักพิงอยู่ที่ ร.ล.ท่าจีน ที่ถูกลูกระเบิดเสียหายจากสงครามโลก และเทียบท่าสะพานแหลมธูปสัตหีบ เป็นทั้งแหล่งทำงาน แหล่งฝึก และที่พักอาศัยอยู่เกือบปี จน ในที่สุด กองทัพเรือ จึงได้ตั้งอัตรา หมวดทำลายใต้น้ำ ขึ้น เมื่อ ๑๘ ต.ค.๙๘ โดยเป็นหน่วยขึ้นตรง กองเรือยุทธการ มีที่ตั้งปกติอยู่ที่ กองการฝึก กองเรือยุทธการ (กฝร.) โดย ร.อ.วิสนุ ปราบศากุน เป็นรอง หน.หมวดคนแรก และรักษาราชการ หน.หมวดอีกตำแหน่งหนึ่ง จึงนับได้ว่า ท่านเป็น หน.หมวดทำลายใต้น้ำ บก.กร. เป็นคนแรก ขณะนี้นับได้ว่าหมวดทำลายใต้น้ำ บก.กร. ได้จัดตั้งขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีอัตรากำลังพลและกิจที่ได้รับมอบที่ชัดเจน

วันสถาปนา หน่วยมนุษย์กบ Seal ทัพเรือ


วันคล้ายวันสถาปนาหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ
... โดยทั่วไปหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะมีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ซึ่งคำว่า “สถาปนา” โดยความหมายแล้วหมายถึง แต่งตั้งให้สูงขึ้น, ตั้งขึ้น, การแต่งตั้ง, การปลูกสร้าง, ฯลฯ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าในการกำหนดวันคล้ายวันสถาปนาของหน่วยต่างๆ สามารถแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ
 กลุ่มที่ ๑ กำหนดวันคล้ายวันสถาปนาตามวันที่ได้รับการอนุมัติจัดตั้งหน่วย (เป็นกลุ่มใหญ่)
 กลุ่มที่ ๒ กำหนดจากวันที่หน่วยได้สร้างวีรกรรมที่เป็นเกียรติประวัติในการรบในสมรภูมิที่สำคัญ
 และกลุ่มที่ ๓ กำหนดจากวันเกิดของบุคคลสำคัญที่ได้สร้างคุณงามความดีหรือสร้างวีรกรรมที่โดดเด่นที่หน่วยนั้นๆเห็นสมควรที่จะนำมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานของหน่วย
.. หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เป็นหน่วยกำลังรบที่ต้องปฏิบัติภารกิจด้วยความเสี่ยง ดังนั้นกำลังพลจะต้องมีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ และมีความอดทนต่อความยากลำบากจึงจะทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง ด้วยลักษณะของภารกิจที่มีความเสี่ยงดังกล่าว กำลังพลของหน่วยจึงควรจะมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมีแบบอย่างของบุคคลสำคัญ ที่ได้สร้างวีรกรรมที่โดดเด่นด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติภารกิจ
... จากการศึกษาประวัติศาสตร์ ในการสร้างชาติและการกอบกู้เอกราชของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือฯ เห็นว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เนื่องจากในการสร้างชาติของพระองค์ท่าน ด้านหนึ่งมาจากขีดความสามารถด้านการทหาร ที่สำคัญคือ ความสามารถในการทหารเรือ ทรงนำกองทัพเรือ จากจันทบุรีมายังกรุงธนบุรีและกรุงศรีอยุธยาจนกอบกู้เอกราชได้เป็นผลสำเร็จ ในการสงครามสมัยนั้นพระองค์ท่านได้ยกกองทัพเรือไปทำสงครามหลายครั้งและมีชัยชนะกลับมาทุกครั้ง
... การทำสงครามทางเรือสมัยนั้นเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ จึงกล่าวได้ว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นผู้ทรงริเริ่มแนวความคิดในการใช้กำลังเชิงรุกจากทะเล หรือที่ชาวยุโรปและอเมริกัน ในปัจจุบันเรียกว่า “ Operation maneuver from the sea ” ซึ่งพวกเราทหารเรือทุกคนน้อมเคารพถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านเสมอมา นอกจากนี้พระองค์ท่านยังมีพระปรีชาสามารถในด้านการสงครามพิเศษอันประกอบด้วย การรบแบบกองโจร การซุ่มโจมตี การรบในเวลากลางคืนและการรบในพื้นที่ชายฝั่งทะเล พระองค์ทรงใช้ยุทธวิธีของหน่วยรบขนาดเล็กกระทำการรบในลักษณะสงครามพิเศษ เข้าต่อสู้อย่างต่อเนื่องจนสามารถกอบกู้เอกราชและประกาศอิสรภาพให้แก่ชาติไทยได้สำเร็จ
... สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีขาล ฉศก จุลศักราช ๑๐๙๖ ตรงกับวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๒๗๗ ด้วยลักษณะอันเข้มแข็ง เฉียบขาด ตลอดจนพระปรีชาสามารถในการทำสงครามแบบกองโจรของพระองค์ ล้วนเป็นแบบอย่างที่นักทำลายใต้น้ำจู่โจมได้เทิดทูนและน้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติภารกิจของหน่วยหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เสมอมา ดังนั้น หน่วยสงครามพิเศษทางเรือฯ จึงได้กำหนดวันที่ ๑๗ เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย