16 กรกฎาคม 2560

ส่วนลึกในใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน..มิใช่รุกราน




เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
 ที่มา https://hilight.kapook.com/view/82148
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก คุณวาสนา นาน่วม 

                จากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่กองกำลังโจรใต้กว่า 50 คน แต่งกายเลียนแบบทหาร ควงอาวุธสงครามครบมือ ตั้งท่าโจมตีฐานนาวิกโยธิน ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แต่เจ้าหน้าที่รู้ตัวล่วงหน้า จึงเตรียมพร้อมวางแผนตั้งรับอย่างเต็มที่ จนสามารถวิสามัญคนร้ายได้ถึง 16 ศพ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา...
                ถึงแม้ว่าพวกนาวิกโยธินจะรอดตาย ถึงแม้ว่าจะสามารถสังหารหัวหน้าแกนนำคนสำคัญที่สุดในพื้นที่นราธิวาสได้ แต่จริง ๆ แล้วใครจะรู้ว่า พวกเขารู้สึกอย่างไร ที่ต้องลงมือปลิดชีพมนุษย์ ที่ขึ้นชื่อว่า "คนไทย" ด้วยกัน... โดยใน เฟซบุ๊ก คุณวาสนา นาน่วม ได้โพสต์ข้อความ เผยถึงความในใจของเหล่านาวิกโยธินกับภารกิจวิสามัญโจรใต้ทั้ง 16 ศพ ดังนี้

               ความในใจ นย....."ตอนสามทุ่มยี่สิบ พวกมันคลานศอกเข้ามาข้างหลังฐาน มาส่องดูพวกเราก่อน เพื่อตรวจสอบว่า พวกผมรู้ตัวหรือเปล่า แต่พวกผมใจเย็น เพราะส่องกล้องดู มันมาแค่ 8 คน ก็ปล่อย พวกผมรออย่างใจเย็น แต่ในใจก็คิดว่า เดี๋ยวมันมาแน่ แล้วราว ๆ ตีหนึ่ง นิด ๆ เสียงรถปิกอัพ มอเตอร์ไซค์มา มันย่ามใจมาก กะจะปิดประตูตีแมวเลย เข้ามาทั้งด้านหน้าด้านหลัง

              ....ผมยอมรับว่า ผมไม่เคยเจอพวกมันแบบนี้ ตอนที่เห็นมันกระโดดลงจากรถ เชื่อไหม ในใจผมบอกกับตัวเองว่า เฮ้ย พวกมันมาจริง ๆ พวกมันมีตัวตนจริง ๆ มันเป็นคนไทย แต่มันคิดแค้นแบบนี้ แนวคิดแบบนี้มันมาจริงโว้ย ขนผมลุกซู่เลย ไม่ใช่กลัว แต่พวกผม พร้อมมานานหลายวัน พร้อมมาก ขนลุกเพราะเศร้าใจว่า ไอ้เงาดำ ๆ ที่มันถือปืนกำลังจะวิ่งเข้ามานั่น มันคนไทย แต่กลายเป็นโจรใต้ไปแล้ว ไม่มีใครอยากทำหรอกครับ แต่มันจำเป็น

              เมื่อมันเปิดฉากเข้าโจมตี ยิงเข้าใส่ทุกทาง พวกผมทั้ง นย. และ นสร. ก็เต็มที่ครับ เพราะตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่า พวกเราจะต้องเจ็บตาย จะพลาดหรือเปล่า เวลานั้นไม่ว่าฝ่ายมัน หรือฝ่ายเรามีหนึ่งชีวิตเท่ากันครับ มีสิทธิ์เจ็บตายเท่ากัน มีสิทธิ์ที่จะถูกมันจับ มัดมือมันเท้า แบบที่มันเตรียม เชือก ลวดมา พร้อมที่จะถูกมันยิงซ้ำ เมื่อเจ็บ พร้อมที่จะถูกมันเผาทั้งเป็นคาฐาน เพราะมันเตรียมอุปกรณ์วางเพลิงมา ถังแก๊ส กะย่างสดพวกเราทั้งเป็น แต่เพราะพวกผมวางแผน เตรียมตัวรับมาดี มั่นใจว่าเราดูแลฐานและอาวุธปืนได้ มั่นใจว่า เราจะทำให้ชาวบ้านมั่นใจในทหารมากขึ้น เพราะในเมื่อเขาอุตส่าห์เสี่ยงตาย กระซิบข่าวพวกเราก่อน จนเตรียมตัวได้ เราก็ต้องดูแลพวกเขา

             แม้ว่าจากนี้ การแก้แค้นจะรออยู่เบื้องหน้าก็ตาม เมื่ออยู่ที่นี่แล้ว พวกผม นย. ก็พร้อมครับ ชีวิตแลกชีวิต หากชีวิตพวกผมจะทำให้ชายแดนใต้สงบคนไทยพุทธ มุสลิม ผู้บริสุทธิ์ ปลอดภัย พวกผมพร้อม เพราะพวกผมเป็นนาวิกโยธิน พวกผมเป็นทหารเรือ ที่สำคัญพวกผมเป็นทหารไทย ที่จะไม่ให้ใครมาดูหมื่นเกียรติศักดิ์ศรี และต้องรักษาฐาน รักษาแผ่นดินไทย ไม่ใช่ปล่อยให้พวกมันทำอะไรก็ได้ ทำให้ชาวบ้านอยู่ในความกลัว

            ...ผมเสียใจที่ต้องทำ เสียใจที่พวกนั้นต้องตาย แต่ให้นึกถึงเวลาที่พวกมันทำกับทหารเรา ไม่ว่าจะ ทบ. หรือ นย. ที่ตายไป สิบคนแล้ว เมื่อเร็ว ๆ นี้... นี่มันเข้ามาโจมตีฐานเราเอง ทั้งเครื่องแบบ ทั้งอาวุธครบมือ พวกผมไม่มีทางเลือกอื่นครับ...

             ขอให้เข้าใจพวกผม เถิดครับ ขอแค่ความเข้าใจและกำลังใจ เท่านั้นจริง ๆ ไม่อย่างนั้น ศพที่นอนตายหลังปะทะอาจเป็นพวกผม หรือวันใดวันหนึ่ง ก็อาจเป็นพวกผมอีก"  .... นาวิกโยธิน ๓๒

18 มิถุนายน 2560

ประวัติโรงเรียนชุมพลทหารเรือ

 



ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ (รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร.)
สืบเนื่องมาจากกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๓ ก.ค.๒๔๓๖ (ร.ศ.๑๑๒) ประเทศไทยถูกกองเรือฝรั่งเศสรุกราน ทำให้ประเทศไทยต้องเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสเป็นจำนวนมาก ทางราชการจึงเห็นความจำเป็นในกิจการทหารเรือมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกอบรมนายทหารชั้นประทวนให้มีความรู้ความสามารถ และเป็นจ่าที่ดีสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามเรือและกรมกองต่าง ๆ ได้ ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๔๓๘ (ร.ศ.๑๑๔) จึงตั้งโรงเรียนนายสิบทหารเรือขึ้น โดยคัดเลือกนักเรียนจากบุตรข้าราชการทหารเรือที่มีความประพฤติดีเข้าเป็นนัก เรียนแรก ต่อมากรมทหารเรือดำริที่จะให้จ่าและพลทหารได้รับการศึกษาที่สูง ขึ้นตามกาลสมัย จึงให้ยุบโรงเรียนนายสิบทหารเรือ แล้วตั้งโรงเรียนจ่าขึ้นแทน ประกอบด้วย โรงเรียนจ่าอาวุธ โรงเรียนจ่าตอร์ปิโด โรงเรียนจ่าช่างกล โรงเรียนพลทหารเรือกรุงเทพ โรงเรียนพลทหารช่าง และโรงเรียนพันจ่าทหารเรือ
ครั้นต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ มี.ค.๒๔๖๑ กระทรวงทหารเรือได้ออกข้อบังคับทหาร ว่าด้วยการศึกษาและสถานที่ศึกษาใหม่ โดยรับพลทหารเกณฑ์ใหม่เข้าเรียน และได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ คือ
๑. กองโรงเรียนพลทหารเรือตามจังหวัดชายทะเล ๖ แห่ง ขึ้นตรงกับกรมทหารเรือชายทะเล ได้แก่ กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๑ (สมุทรสงคราม) กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๒ (สมุทรสาคร) กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๓ (พระประแดง) กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๔ (สมุทรปราการ) กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕ (บางพร
ะ จ.ชลบุรี) และกองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๖ (บ้านเพ จ.ระยอง)
๒. โรงเรียนจ่าทหารเรือ (ตั้งอยู่ที่ป้อมเสือซ่อนเล็บ) ขึ้นตรงกับกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
๓. โรงเรียนจ่าปืน ขึ้นตรงกับกรมสรรพาวุธทหารเรือ
๔. โรงเรียนจ่าตอร์ปิโดและทุ่นระเบิด ขึ้นตรงกับกรมสรรพาวุธทหารเรือ
๕. โรงเรียนจ่าประดาน้ำ ขึ้นตรงกับกรมสรรพาวุธทหารเรือ
๖. โรงเรียนจ่ากลจักร ขึ้นตรงกับกรมยุทธโยธาทหารเรือ
๗. โรงเรียนจ่าอาณัติสัญญาณ ขึ้นตรงกับกรมเสนาธิการทหารเรือ
สำหรับทหารเกณฑ์ที่ส่งไปศึกษาตามโรงเรียนจ่าต่าง ๆ นั้น ต่อไปให้เรียกว่า “นักเรียนจ่า” และนักเรียนจ่า (นรจ.) ผู้สอบไล่ได้รับประกาศนียบัตรให้เรียกว่า “จ่าสำรอง” ต่อมาอีกได้มีการรวม ยุบเลิก และเปลี่ยนแปลงโรงเรียนจ่าทหารเรืออีกหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ ๓๐ มี.ค.๒๔๖๙ มีคำสั่งกระทรวงทหารเรือ ที่ ๕๓๙/๒๑๐๘๒ ให้รวมการโรงเรียนต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นโรงเรียนเดียว เป็น “กองโรงเรียนจ่าสำรอง” และเมื่อวันที่ ๒๙ เม.ย.๒๔๗๒ ได้มีคำสั่งกระทรวงทหารเรือที่ ๓๘/๐๑๒๕๘ ให้เปลี่ยนชื่อจาก “กองโรงเรียนจ่าสำรอง” มาเป็น “กองโรงเรียนชุมพลทหารเรือ” เพื่อให้เหมาะสมกับหน้าที่ โดยถือว่าวันที่ ๒๙ เม.ย.๒๔๗๒ นี้ เป็นวันก่อตั้ง รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่ป้อมเสือซ่อนเล็บ จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้บังคับการโรงเรียนท่านแรก คือ นาวาโทหลวงสวัสดิ์นาวาวิก
ครั้นต่อมา กองทัพเรือได้มีคำสั่งกองทัพเรือที่ ๒๐/๒๔๙๕ ลง ๒๐ ม.ค.๒๔๙๕ ให้ย้ายสับเปลี่ยนกองโรงเรียนชุมพลทหารเรือ จาก จ.สมุทรปราการ มาตั้งที่โรงเรียนนายเรือเกล็ดแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และให้ย้ายโรงเรียนนายเรือไปตั้งที่กองโรงเรียนชุมพลทหารเรือ จ.สมุทรปราการ แทน ในวันที่ ๓๐ ม.ค.๒๔๙๕ (ร.ศ.๑๗๑) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมแก่การศึกษาของนักเรียนนายเรือยิ่งขึ้น ดังนั้นบริเวณเกล็ดแก้ว จึงเป็นที่ตั้งของ รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร.ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และขึ้นตรงอยู่ในความบังคับบัญชาของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ยศ.ทร.) นับถึงปัจจุบัน
เหตุการณ์ สำคัญในอดีต รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร.ได้รับพระราชทานธงชัยเฉลิมพลจำนวน ๒ ครั้ง โดยครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๗ พ.ย.๒๔๙๖ เวลา ๑๔๓๐ ณ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ตามคำสั่ง กองทัพเรือที่ ๓๘๐/๒๔๙๖ ลง ๒๕ พ.ย.๒๔๙๖ ซึ่งในครั้งนั้น รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. ยังคงใช้ชื่อว่า กองโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ต่อมาได้รับพระราชทานธงชัยเฉลิมพล เป็นครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๐ ส.ค. ๒๕๒๑ เวลา ๑๕๓๐ ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามคำสั่งกองทัพเรือที่ ๒๐๔/๒๕๒๑ ลง ๒๒ ส.ค.๒๕๒๑
ที่ตั้ง
ปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า “เกล็ดแก้ว” ณ บ้านเลขที่ ๕๑ หมู่ที่ ๕ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รหัสไปรษณีย์ ๒๐๒๕๑ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ๐ ๓๘๔๓ ๖๑๘๗ มีเว็บไซต์ของหน่วย www.nrs.ac.th และ มีเนื้อที่ ๔,๘๖๓ - ๓ - ๘.๒๐๕ ไร่ โดยมีอาณาเขต ดังนี้
ทิศ เหนือ : จรดอ่าวบางเสร่
ทิศ ตะวันออก : จรดศูนย์ฝึกทหารใหม่ เขาแหลมขาม ผ่านเนิน ๑๕ ๖ ๑๑๓ ๒๗๙ และ ๒๘๕
ทิศ ใต้ : จรดกรมสรรพาวุธทหารเรือ ผ่านเนิน ๘๓ ๑๐๐ ๙๕ ๑๙๖ ๒๑๖ ๓๑๙ และ ๒๘๕
ทิศ ตะวันตก : จรดอ่าวเกล็ดแก้


สัญลักษณ์โรงเรียน
เป็น รูปสมอไขว้สอดวงจักรหมุนซ้าย เบื้องล่างมีแถบปลายแฉกสะบัดขึ้นทั้งสอง ข้าง กลางแถบมีคำว่า “โรงเรียนชุมพลทหารเรือ” (ไม่จำกัดสีและขนาด)

ปรัชญาโรงเรียน
“ สร้างจิตวิญญาณความเป็นทหารอาชีพแก่นักเรียนจ่า ”
ความหมาย
จิตวิญญาณ หมายถึง ความรู้แจ้ง ความรู้สึกนึกคิดในจิตใจ นำไปสู่การปฏิบัติในสิ่งที่ดีงา
ทหารอาชีพ หมายถึง ทหารที่มีคุณลักษณะ ๔ ประการ คือ
๑. มีความสำนึกในความเป็นทหาร
๒. หมั่นฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ
๓. มีความซื่อสัตย์สุจริต
๔. มีความกล้าหาญในสิ่งที่ถูกต้อง
วัตถุประสงค์โรงเรียน
“ เพื่อผลิตนายทหารประทวนชั้นจ่า ให้มีความรู้พื้นฐานตามสาขาวิชาชีพ และมี จิตสำนึกความเป็นทหารอาชีพที่มีคุณธรรม ”
วิสัยทัศน์โรงเรียน
“ โรงเรียนชุมพลทหารเรือจะเป็นสถาบันที่ผลิตนายทหารประทวนชั้นจ่า ให้มีความเป็นเลิศทางวิชาชีพทหารเรือ"
 
(ขอขอบคุณที่มา facebook สมาคมศิษย์เก่ารร.ชุมพลฯ)สมาคมศิษย์เก่า รร.ชุมพลฯ

22 เมษายน 2560

พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู

..ภาพพระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนัก ใช้ชีวิตสมถะและใกล้ชิดราษฎร ถือเป็นภาพคุ้นชินมาหลายต่อหลายทศวรรษ และกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ประชาชนชาวไทยอยากลุกขึ้นทำความดี ประพฤติตนเป็นคนดีมีคุณธรรม เพื่อเดินตามรอย “ในหลวง รัชกาลที่ 9”
หนึ่งในคุณธรรมสำคัญที่ทรงยึดถือและปฏิบัติเสมอมาคือ “ความกตัญญู” โดยเรื่องราวของ “พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู” ได้รับการบันทึกและถ่ายทอดสู่สาธารณชนครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อบอกเล่าความประทับใจที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติต่อ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ด้วยหัวใจกตัญญูยิ่ง
..ก่อนสมเด็จย่าจะสวรรคตได้ปีเศษ ตอนนั้นทรงมีพระชนมายุ 93 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯจากพระตำหนักจิตรลดาฯไปวังสระปทุมตอน เย็นทุกวัน เพื่อไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน ไปคุยกับแม่ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ โดยทุกครั้งที่ในหลวงเสด็จฯไปหาสมเด็จย่า พระองค์จะทรงเข้าไปกราบที่ตัก แล้วสมเด็จย่าก็จะทรงดึงตัวในหลวงเข้ามากอดและหอมแก้มเสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประสูติมาเป็นพระองค์เจ้า เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แม้สมเด็จย่าจะไม่ได้เกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดาสามัญชน แต่พระเจ้า อยู่หัวที่เป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน ก็ทรงก้มลงกราบคนธรรมดาสามัญชนที่เป็นแม่!! หัวใจลูกที่เคารพรักแม่ กตัญญูกับแม่เช่นนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว
มีครั้งหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระประชวร สมเด็จย่าก็ทรง พระประชวร ประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วยกัน แต่อยู่คนละมุมตึก ตอนเช้าพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดประตูแอ๊ดออกมา พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี พระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นแม่ ก็รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ 
...มหาดเล็กกราบบังคมทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว แต่ในหลวงมีรับสั่งว่า “แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้”ในหลวงทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ ยังทรงเข็นรถให้แม่ ยังทรงป้อนข้าวป้อนน้ำป้อนยาให้แม่
ในหลวง รัชกาลที่ 9 เฝ้าสมเด็จย่าอยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ กระทั่งแม่หลับ จึงเสด็จฯกลับ พอไปถึงพระราชวังมีโทรศัพท์มาแจ้งว่า “สมเด็จพระบรมราชชนนี” สวรรคตแล้ว พระเจ้าอยู่หัวรีบเสด็จฯกลับไปโรงพยาบาลศิริราชทันที ทรงเห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง พระเจ้าอยู่หัวตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่ พระพักตร์ของในหลวงแนบตรงกับหัวใจแม่ ทรงมีรับสั่งแผ่วเบาว่า “ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย” พระองค์ทรงซบหน้านิ่งอยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนอง ต่อไปนี้จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว ในหลวงทรงเอามือกุมมือแม่ไว้ มือของแม่ที่ไกวเปล มือที่ปลุกปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รักและเทิดทูนของพสกนิกรชาวไทย
...ในวันสุดท้ายของ “สมเด็จพระบรมราชชนนี” ในหลวงทรงจับหวีค่อยๆ หวีผมให้แม่ หวี...หวี...หวี ให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่ ให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่!!
เมื่อเรามีพระเจ้าอยู่หัวเป็นตัวอย่างของ “สุดยอดลูกกตัญญู” ประชาชนชาวไทยก็ควรซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติ และเดินตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 เริ่มต้นทำหน้าที่ของลูกกตัญญู ทำหน้าที่ของคนดี ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมพื้นฐานสำคัญ ที่จะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง.

21 มีนาคม 2560

โปรแกรมคำนวณไฟฟ้าตามกฎของ Ohm



เลือกหาค่าตัวแปร


ต้องการหาค่า(E,I,R) :
ใส่ค่าตัวแปร
= :
= :
กดคำนวณ

ค่าที่คำนวณได้ = :
= :
<<~~~~~~>>

วิธีการใช้โปรแกรม
1. เลือกค่าที่ต้องการหา
2. ใส่ค่าที่ทราบในโจทย์ อีก 2 ค่า
3. กดปุ่ม"คำนวณ" จึงได้ค่าคำตอบ



01 มีนาคม 2560

โปรแกรมหาค่าแฟกทอเรียล

Enter Num:

15 กุมภาพันธ์ 2560

โปรแกรมอ่าน Callsign-นามเรียกขาน

call sign

call sign







::::::::::::::::::::::::::::
call sign alphabet
อ่านออกเสียงว่า :
::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::